เรื่อง แจ้งการปรับเปลี่ยนวิธีการหักเงินชำระหนี้สหกรณ์สำหรับสมาชิกที่มีเงินเหลือไม่พอหัก (30%)
ตามที่ศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษาให้หน่วยงานสังกัด ศธ. ดำเนินการหักเงินเดือนหรือเงินบำเหน็จบำนาญของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการหักเงินเดือน เงินบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เพื่อชำระหนี้เงินกู้ให้แก่สวัสดิการภายในส่วนราชการและสหกรณ์ พ.ศ. 2551
สรุปคือให้มีเงินสุทธิเหลือหลังจากหักเงินเดือนไม่น้อยกว่า 30%
ทำให้ต้นสังกัดของสมาชิกบางราย ไม่สามารถหักเงินส่งชำระหนี้สหกรณ์ได้เต็มจำนวน สหกรณ์จึงมีความจำเป็นต้องหักผ่านธนาคารกรุงไทย ซึ่งการชำระหนี้ของสมาชิกที่เข้ากรณีดังกล่าวจะถูกหักจากสำนักงานเขตจำนวนหนึ่ง และธนาคารอีกจำนวนหนึ่ง เมื่อนำสองจำนวนดังกล่าวรวมกันจะเท่ากับจำนวนที่สมาชิกต้องส่งชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยแก่สหกรณ์ของเดือนนั้นๆ พอดี (ยอดเงินรวมเท่ากับการหักในระบบเก่า)
ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่สมาชิก ไม่ต้องนำเงินมาชำระหนี้สหกรณ์ด้วยตนเอง และไม่ต้องกังวลเรื่องการผิดนัดชำระหนี้ การดำเนินการต่อไปสหกรณ์จะนัดหมายสมาชิกที่เข้าข่ายกรณี 30% มาลงนามทำความตกลงยินยอมกับธนาคารกรุงไทยให้หักเงินส่งชำระหนี้อย่างเป็นทางการ
โดยจะเสียค่าธรรมเนียมให้ธนาคารครั้งละ 10 บาท
สำหรับการหักจากธนาคารในเดือนนี้ เนื่องจากเป็นการเร่งด่วน สหกรณ์โดยอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการจึงมีมติจ่ายค่าธรรมเนียม 10 บาท ดังกล่าวแทนสมาชิก โดยใช้วิธีแจ้งยอดหักเงินของสมาชิกแต่ละรายต่ำกว่าความเป็นจริง 10 บาท เมื่อธนาคาร หักตามยอดที่แจ้งบวกกับค่าธรรมเนียม 10 บาท ยอดจะเท่าจำนวนที่สมาชิกต้องชำระหนี้พอดี
จึงประชาสัมพันธ์ให้ทราบโดยทั่วกัน
24 ม.ค.63










